ทำไมทองคำถึงถูกเรียกว่า “สินทรัพย์ปลอดภัย”
เวลาพูดถึงการลงทุน หลายคนอาจจะนึกถึงหุ้น คริปโต อสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่กองทุนต่าง ๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับโลกการเงินมานานมาก ๆ และมักถูกเรียกว่า “สินทรัพย์ปลอดภัย” อยู่เสมอ นั่นก็คือ ทองคำ นั่นเองครับ
แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมทองคำถึงได้รับฉายานี้? มันปลอดภัยกว่าการลงทุนอื่นยังไง? แล้วจริง ๆ แล้วถ้าถือทองคำไว้ เราจะมั่นใจได้แค่ไหนว่ามันไม่เสียมูลค่า? วันนี้เดี๋ยวผมจะพาไปคุยกันแบบชิล ๆ ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ กันเลย
1. ทองคำมีค่ามาตั้งแต่สมัยโบราณ
ถ้าย้อนไปดูประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคโบราณ ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ จีน อินเดีย กรีก หรือแม้แต่บ้านเรา “ทองคำ” มักถูกใช้เป็นของมีค่าเสมอ ใช้เป็นเครื่องประดับ ใช้ซื้อขาย หรือแม้แต่ใช้แสดงฐานะ เพราะมันมีความสวยงาม ทนทาน และที่สำคัญคือหายาก
ตรงนี้แหละครับที่ทำให้ทองคำไม่ใช่แค่แร่ธาตุธรรมดา แต่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและความมั่นคงของคนในยุคก่อน ๆ และเพราะมันมีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เสื่อมสลายง่าย ๆ มูลค่ามันเลยอยู่กับเรามาหลายพันปีโดยไม่เคยหายไปไหน
2. ปริมาณทองคำมีจำกัด
ทองคำไม่สามารถผลิตขึ้นมาได้เองแบบเงินกระดาษที่พิมพ์เพิ่มเท่าไหร่ก็ได้ ถ้าใครอยากได้ทองคำเพิ่ม ต้องขุดขึ้นมาจากใต้ดินเท่านั้น ซึ่งการขุดก็ยาก ใช้เวลา ใช้แรงงานมหาศาล แถมแหล่งทองคำทั่วโลกก็มีจำกัด
เพราะแบบนี้ทองคำจึงไม่สามารถ “เฟ้อ” ได้ง่าย ๆ ต่างจากเงินที่รัฐบาลจะพิมพ์เพิ่มออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นมูลค่าของทองคำจึงค่อนข้างมั่นคง และไม่ถูกลดค่าลงไปตามนโยบายการเงินเหมือนสกุลเงินต่าง ๆ
3. ทองคำช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อคืออะไร? ก็คือการที่ของแพงขึ้นเรื่อย ๆ ค่าเงินที่เราถืออยู่มีมูลค่าน้อยลงนั่นเองครับ อย่างเช่นเมื่อ 20 ปีก่อน ข้าวจานหนึ่งราคา 20 บาท แต่วันนี้อาจจะต้องจ่าย 50 บาทเพื่อซื้อข้าวจานเดียวกัน
เวลาค่าเงินลดค่าลง คนที่ถือเงินสดไว้เยอะ ๆ จะเสียประโยชน์ แต่ถ้าถือทองคำ มูลค่าของมันมักจะขึ้นตามราคาสินค้า เพราะทองคำถือเป็นสิ่งที่คนเชื่อมั่นเสมอในยามที่เศรษฐกิจไม่นิ่ง แบบนี้แหละที่ทำให้ทองคำเป็นเหมือน “เกราะป้องกัน” จากเงินเฟ้อได้
4. เวลามีวิกฤต คนจะหันมาซื้อทอง
ลองนึกภาพเวลามีข่าวสงคราม เศรษฐกิจโลกผันผวน ตลาดหุ้นตกหนัก ค่าเงินอ่อน… นักลงทุนส่วนใหญ่จะทำยังไงครับ? ใช่แล้ว! เขาจะวิ่งเข้าหาทองคำ เพราะมันถูกมองว่าเป็นที่พักเงินที่ปลอดภัย
เพราะแบบนี้เลยมีคำพูดติดปากว่า “ยิ่งโลกวุ่นวาย ทองคำยิ่งราคาดี” ไม่ว่าช่วงไหนที่เกิดเหตุการณ์ไม่แน่นอน ราคาทองก็มักจะพุ่งสูงขึ้น เพราะความต้องการเพิ่มขึ้นทันที
5. ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้
การลงทุนหลายอย่างเป็นเพียงตัวเลขบนหน้าจอ อย่างหุ้น คริปโต หรือกองทุน เวลามีอะไรผิดพลาดก็อาจจะหายไปในพริบตา แต่ทองคำไม่เหมือนกัน เพราะมันจับต้องได้จริง ๆ คุณสามารถถือเป็นทองแท่ง เก็บเป็นทองรูปพรรณ หรือเก็บไว้ในตู้เซฟได้
นี่แหละครับที่ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อถือทอง เพราะต่อให้โลกออนไลน์ล่ม หรือระบบการเงินพัง ทองคำที่อยู่ในมือก็ยังคงมีมูลค่าเสมอ
6. ทองคำมีสภาพคล่องสูง
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทองคำถูกเรียกว่าสินทรัพย์ปลอดภัย คือมันขายง่าย ซื้อคล่อง ไม่ว่าคุณจะอยู่ประเทศไหน ทองคำก็เป็นสิ่งที่คนยอมรับมูลค่าเสมอ จะขาย จะแลก จะเปลี่ยนเป็นเงินสดก็ทำได้ทันที
ตรงนี้แตกต่างจากการลงทุนบางอย่างที่อาจต้องใช้เวลา เช่น อสังหาริมทรัพย์ที่ขายทีนึงต้องหาคนซื้อ ใช้เวลาหลายเดือน แต่ทองคำสามารถแปลงเป็นเงินได้แทบจะทันที
7. ทองคำช่วยกระจายความเสี่ยง
นักลงทุนที่มีพอร์ตใหญ่ ๆ มักจะไม่เอาเงินไปลงในที่เดียว แต่จะกระจายความเสี่ยงไว้ เช่น มีทั้งหุ้น พันธบัตร คริปโต และทองคำ เพราะถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งราคาตก อีกสินทรัพย์อาจช่วยประคองพอร์ตได้
ทองคำจึงทำหน้าที่เหมือนเป็น “ตัวค้ำ” ที่ช่วยให้ภาพรวมของการลงทุนมีความมั่นคงมากขึ้น ไม่ให้ความเสี่ยงกระจุกอยู่แค่ที่เดียว
8. ทองคำเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง
นอกจากมูลค่าที่มั่นคงแล้ว ทองคำยังถูกใช้เป็น “ตัวแทนความมั่งคั่ง” มาตั้งแต่สมัยก่อน มันถูกใช้เป็นของขวัญ เป็นมรดก เป็นสมบัติประจำตระกูล
แม้ปัจจุบันจะมีสินทรัพย์อื่น ๆ ที่มีมูลค่าสูงไม่แพ้กัน แต่ทองคำก็ยังมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้คนรู้สึกอยากเก็บสะสม และนี่เองที่เสริมภาพลักษณ์ว่าทองคำคือสิ่งที่ “ไม่มีวันหมดค่า”
9. ทองคำในโลกการลงทุนยุคใหม่
ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องซื้อทองแท่งหรือทองรูปพรรณเท่านั้นแล้วนะครับ เพราะมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวกับทองคำเต็มไปหมด เช่น กองทุนทองคำ, ETF ทองคำ, หรือแม้แต่การซื้อขายทองคำออนไลน์
สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การลงทุนในทองคำง่ายขึ้นมาก และเข้าถึงได้แม้จะมีเงินทุนไม่มากนัก นักลงทุนรุ่นใหม่จึงสามารถถือทองคำได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงได้ประโยชน์เหมือนกับการถือทองจริง ๆ
สรุป แล้วทองคำเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย จริงไหม?
คำว่า “สินทรัพย์ปลอดภัย” ไม่ได้หมายความว่าราคาทองจะไม่มีวันตกนะครับ เพราะราคาทองก็มีขึ้น ๆ ลง ๆ ตามภาวะตลาดเหมือนกัน เพียงแต่มันมีแนวโน้มที่จะรักษามูลค่าได้ดีกว่าสินทรัพย์อื่นในระยะยาว
ดังนั้นถ้าใครจะลงทุนในทองคำก็อย่าลืมวางแผนให้เหมาะสม อาจจะถือเพื่อกระจายความเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องทุ่มหมดหน้าตัก แต่เก็บไว้บางส่วนก็ช่วยให้สบายใจขึ้นได้เวลาตลาดการเงินผันผวน
พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน ทองคำก็ยังคงเป็นสิ่งที่ผู้คนเชื่อมั่นเสมอ และจะยังคงอยู่คู่กับระบบการเงินของเราไปอีกนานแน่นอนครับ
แต่ก็เหมือนกับการลงทุนอื่น ๆ ที่ไม่มีอะไรปลอดภัย 100% นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยงไปหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุน หรือแม้แต่สินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ
เพราะแบบนี้แหละ คนถึงชอบเปรียบเปรยว่าการลงทุนก็เหมือนการเสี่ยงโชค มีทั้งวันที่ได้กำไรและวันที่ขาดทุน คล้ายกับการลุ้น หวยไว ที่รู้ผลเร็วในไม่กี่นาที แต่ถ้าอยากลงทุนจริงจัง ก็ควรเลือกช่องทางที่น่าเชื่อถือเหมือนการเล่นกับ เว็บหวยถูกกฎหมาย ที่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยกว่าเห็น ๆ